Borjomi เมืองพักตากอากาศของชนชั้นสูงในอดีต

Borjomi เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องน้ำแร่ และเป็นเมืองพักตากอากาศมาตั้งแต่สมัยที่จอร์เจียเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย ปัจจุบันมีการส่งออกน้ำแร่บรรจุขวดไปยัง 40 กว่าประเทศ มีการวิจัยเกี่ยวกับน้ำแร่ที่นี่พบว่า ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร และโรคเบาหวาน ทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาพักผ่อนรับอากาศบริสุทธิ์ และดื่มน้ำแร่

Borjomi Mineral Water Park ช่วงเดือนพฤษภาคมบรรยากาศสดชื่นด้วยสีสันของมวลดอกไม้นานาชนิด โดยเฉพาะวิสทีเรียสีม่วงที่ห้อยระย้าต้อนรับแขกผู้มาเยือน ทั้งยังส่งกลิ่นหอมชวนให้หมู่ภมรบินมาดอมดม (ใครจะถ่ายรูปกับดอกไม้ระวังผึ้ง แมลงภู่ด้วย) ความสดใหม่ของธรรมชาติและอากาศที่กำลังเย็นสบายในยามนี้จึงเป็น เสน่ห์ของเมือง Borjomi ในช่วงสปริงที่ใครได้มาแล้วจะต้องตกหลุมรักไม่แพ้เมืองอื่นใดในจอร์เจีย

ใครที่มาเที่ยว Borjomi นอกจากจะชิมน้ำแร่แล้ว อย่าลืมนั่งกระเช้าชมเมืองนะคะ บรรยากาศจะแตกต่างไปจากกระเช้าที่ Tbilisi วิวทิวทัศน์ดีแค่ไหนต้องไปพิสูจน์กันเอง เมืองนี้สวยทุกฤดู ตอนขาลงจะรู้สึกหวิวนิดๆ ไม่แนะนำสำหรับคนกลัวความสูงค่ะ

การเดินทางจาก Tbilisi ไป Borjomi ด้วยระบบขนส่งสาธารณะมีสองวิธี ได้แก่

  1. รถตู้ จอดใกล้เมโทรสถานี Didube ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง
  2. รถไฟ ไม่ต้องซื้อตั๋วล่วงหน้า (จ่ายแบบหยอดเหรียญบนรถไฟ) ขึ้นสถานีหลัก อยู่ที่เมโทร Station Square ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง

หากขับรถไปเอง จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

แอดมินสองคนนั่งรถไฟจาก Tbilisi ไป Borjomi บรรยากาศช่วงเดือนพฤษภาคมเป็นอย่างไร ไปชมได้ในคลิปนี้ค่ะ

เมื่อเดินทางถึงแล้ว เราจะพาไปชิมน้ำแร่ที่ Mineral Water Park อร่อยแค่ไหนไปชมกันเลยค่ะ

การท่องเที่ยวในเมือง Borjomi ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ โปรดติดตาม ทริป Hiking ในอุทยานแห่งชาติได้ในเร็วๆนี้ค่ะ

Koruldi lake

 ทะเลสาบบนภูเขา ในเมือง Mestia ภูมิภาค Svaneti สูงจากระดับน้ำทะเล 2732 เมตร

🚙เดินทางจาก Mestia ไปได้ 2 วิธีคือ
1) เช่ารถท้องถิ่น
2) Hiking ไปกลับ 19.6 กม

🗓 ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวคือ ก.ค. ถึง ต.ค. เพราะเดือนอื่นๆ อาจจะถูกหิมะปกคลุม

📌 ความงามของทะเลสาบแห่งนี้คือเงาสะท้อนน้ำใสกับทิวทัศน์ข้างบน ซึ่งต้องไปในวันฟ้าเปิด หากเจอฝนตก อาจจะมีหมอกปกคลุม อาจจะมองไม่เห็นอะไรค่ะ

หมายเหตุ: ทะเลสาบนี้อยู่ในโปรแกรมหลัก 11 วัน แอดมินพานั่งรถท้องถิ่นขึ้นไปบนภูเขานะคะ ไม่ต้อง Hiking

ส่วนท่านใดชอบเดินป่าดื่มด่ำความงามของธรรมชาติ แอดมินมีภาพระหว่างทางของเส้นทาง Hiking Mestia – Koruldi lake แอดมินใช้เวลาประมาณ 9 ชม. สภาพอากาศที่เจอช่วงปลายเดือนพฤษภาคม เริ่มต้นปีนเขาออกจาก Mestia เจอแดด ต่อมาเจอเมฆหนา พอไปถึงบนสุดเจอหิมะตก ขากลับลงมาลุยฝนแถมโคลนเต็มรองเท้า ถ้าใครไม่อยากเดินทรหดแบบแอดมินสามารถเช่ารถขึ้นไป แต่จะไปได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน ถ้าฝนตก หรือมีหิมะ รถอาจจะพาไปไม่ถึงทะเลสาบต้องเดินต่อขึ้นไปเอง ดังนั้นหากจะมาเที่ยวที่นี่ต้องเตรียมสภาพร่างกาย อุปกรณ์เดินป่า อาหาร และน้ำดื่มให้พร้อมนะคะ

Hiking Kazbegi – Gergeti

ทริปสามสาวก้าวคอเคซัส ภารกิจเดินป่าปีนเขา 3 เส้นทาง 3 วัน รวมระยะทาง 52 กม. สมาชิกในทริปนี้ประกอบด้วยแอดมิน 2 คน และสาวไทย 3 คน

เส้นทางที่พวกเราไปวันแรก คือ Kazbegi – Gergeti

เราพาพวกเธอผู้ที่แทบจะไม่มีประสบการณ์เดินป่า หรือปีนเขา ไปซักซ้อมเบาๆ จากเมือง Kazbegi ไปยังโบสถ์ Gergeti ซึ่งมีระยะทาง (เส้นทางปีนเขา) 2.5 กม. แต่เนื่องจากมีความชันจึงใช้เวลาเดินประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการแวะพักถ่ายรูประหว่างทาง พวกเราเริ่มเดินประมาณ หกโมงเย็น ช่วงนั้นสิงหาคม พระอาทิตย์ตกประมาณสองทุ่ม กว่าพวกเราจะชื่นชมธรรมชาติ ถ่ายภาพเสร็จ ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว เพื่อความปลอดภัย จึงได้เดินลงทางรถวิ่ง ระยะทาง 6.5 กม. ระหว่างทางเดินกินลม ชมดาวบนท้องฟ้า กว่าจะถึงเมืองก็เกือบสามทุ่ม

Hiking Truso – Zakagori

ทริปสามสาวก้าวคอเคซัส ภารกิจเดินป่าปีนเขา 3 เส้นทาง 3 วัน รวมระยะทาง 52 กม. สมาชิกในทริปนี้ประกอบด้วยแอดมิน 2 คน และสาวไทย 3 คน

เส้นทางที่พวกเราไปวันที่ 2 คือ Truso – Zakagori

เนื่องจากวันนี้ มี 1 สาวไม่สบาย ทำให้ทริป Truso Valley มีเพียง 2 สาวไทย และแอดมินไกด์ 2 คน เส้นทางนี้เดินค่อนข้างง่าย ไม่มีความชัน ระยะทางไปกลับ ประมาณ 22 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ระหว่างทางได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติทั้งหุบเขา แม่น้ำ ทะเลสาบ น้ำแร่ ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ รวมไปถึงสถาปัตยกรรมที่เป็นศาสนสถาน ป้อมปราการ และซากปรักหักพังของหมู่บ้านร้าง

Hiking Juta – Roshka

ทริปสามสาวก้าวคอเคซัส ภารกิจเดินป่าปีนเขา 3 เส้นทาง 3 วัน รวมระยะทาง 52 กม. สมาชิกในทริปนี้ประกอบด้วยแอดมิน 2 คน และสาวไทย 3 คน

เส้นทางที่พวกเราไปวันที่ 3 คือ Juta – Chaukhi pass – Roshka

วันนี้เป็นเส้นทางที่โหดสุดในทริปสามวัน พวกเราต้องแบกสัมภาระทั้งหมดเดินจากหมู่บ้าน Juta ข้าม Chaukhi pass ไปยังหมู่บ้าน Roshka เส้นทางปีนขึ้นเขา จุดสูงสุดอยู่ที่ 3339 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ทางขึ้นว่ายากแล้ว แต่ทางลงยากยิ่งกว่า ช่วงขาลงจึงไม่ค่อยได้ถ่ายคลิป เพราะพวกเราต้องเดินอย่างระมัดระวังทุกย่างก้าว ถ้าพลาดคือตกเขา !!!

ฤดูกาลท่องเที่ยว: กรกฎาคมถึงกันยายน

คำเตือน: สำหรับคนที่ต้องการไป Hiking เส้นทางนี้ (Chaukhi pass ) ขอแนะนำว่าควรเดินแบบ A ไป B คือ Juta – Roshka จะกางเต๊นท์นอนที่ Abudelauri Lake หรือจะไปค้างที่ Roshka ก็ได้ และเดินทางกลับ Tbilisi ทางฝั่งหมู่บ้าน Roshka อย่าคิดที่จะเดินย้อนกลับมาทาง Juta เด็ดขาด เพราะระดับความสูงฝั่ง Roshka อยู่ต่ำกว่าฝั่ง Juta หากต้องการเดิน Roshka ไป Juta จะต้องเดินไปอีกเส้นทางหนึ่ง โดยใช้เวลาเดิน 2 วัน

New place for private trip in Georgia 2020

มีหลายคนสอบถามเข้ามาว่า มีทะเลสาบสวยใสที่ไหนในจอร์เจียที่สามารถไปได้โดยไม่ต้องปีนเขา

ทริปปัจจุบันของแอดมินมีแขกวัย 70+ แน่นอนว่า ทริปนี้แอดมินไม่พาปีนเขาไกลๆ แต่พาไปเที่ยวสถานที่ที่รถสามารถเข้าถึง เพียงแค่ก้าวเท้าลงจากรถเพียงไม่กี่ก้าว ท่านก็มีภาพถ่ายที่ทะเลสาบสวยๆ ไว้อวดลูกหลานญาติสนิทมิตรสหายแล้ว

 ข่าวดี !!! แอดมินจะเพิ่มสถานที่แห่งนี้ลงในโปรแกรมเป็นของขวัญปีใหม่ สำหรับท่านที่จองทริปกับทางเพจในปี 2563 เตรียมหาเสื้อผ้าสวยๆ มาถ่ายภาพได้เลย แอดมินจะเป็นตากล้องส่วนตัวให้ทุกทริปค่ะ

Abudelauri Lake ทะเลสาบสีฟ้าในภูมิภาค Khevsureti

ที่ต้องไปชมด้วยสายตาจึงจะรู้ว่าสวยใสยิ่งใหญ่อลังการกว่าภาพถ่ายมาก แต่ช้าก่อน !!! สถานที่แห่งนี้ไม่มีรถเข้าถึงค่ะ หากใครต้องการไปต้องมีกำลังขาที่แข็งแรงพอสมควร มีสอง 2 เส้นทางให้เลือกเดิน ได้แก่

1. Juta – Chaukhi pass – Abudelauri Lake ระยะทาง 13 กม.

นอนแถวทะเลสาบ หรือเดินต่ออีก 6-7 กม.ไปค้างคืนที่ Roshka (ไม่แนะนำเส้นทางนี้สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์เดินป่า เพราะทางชันและอันตรายมาก) นักเดินป่ามืออาชีพเดินเส้นนี้ประมาณ 9-10 ชม. ส่วนมือสมัครเล่นใช้เวลาเดิน 14 ชม. แอดมินถ่ายภาพทะเลสาบได้ไม่กี่ภาพเนื่องจากเลือกเดินเส้นทางนี้ ต้องรีบทำเวลาไปให้ถึง Roshka ก่อนฟ้าจะมืด

2. Roshka – Abudelauri Lake เดินไปกลับประมาณ 12 กม.

ทั้งสองเส้นทางนี้ไม่มีร้านค้าใดๆ เราต้องเตรียมอาหารและน้ำไว้ให้เพียงพอ ส่วนห้องน้ำนั้นก็เข้าตามโขดหินหรือทุ่งหญ้าได้เลยค่ะ 

ช่วงเวลาที่เหมาะการแก่การท่องเที่ยว: มิถุนายน – กันยายน

Truso valley

เส้นทางนี้เดินค่อนข้างง่าย ไม่มีความชัน ระยะทางไปกลับ ประมาณ 22 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ระหว่างทางได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติทั้งหุบเขา แม่น้ำ ทะเลสาบ น้ำแร่ ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ถือว่าเป็นหุบเขาหนึ่งที่สวยงามที่สุดในจอร์เจีย

เดือนที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว: มิถุนายน – สิงหาคม

แม่น้ำ 5 สายที่สวยงามที่สุด ในประเทศจอร์เจีย

1. Alazani

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
Photo credit: Elena Odareeva

แม่น้ำ Alazani เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านเทือกเขาคอเคซัส เป็นแม่น้ำสายหลักของแม่น้ำ Mtkvari ในรัฐตะวันออกและไหลผ่าน 351 กิโลเมตร ส่วนหนึ่งของเส้นทางนี้เป็นพรมแดนระหว่างจอร์เจียและอาเซอร์ไบจาน และเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในจอร์เจีย

2.Aragvi

ในภาพอาจจะมี ภูเขา, สถานที่กลางแจ้ง, ธรรมชาติ และ น้ำ
Photo credit: digitalmuseum

แม่น้ำสองสีในประเทศจอร์เจีย มีความยาว 112 กิโลเมตร เกิดจาก แม่น้ำ White Aragvi ไหลมาจากเมือง Gudauri กับแม่น้ำ Black Aragvi ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของเมือง Gudamakari โดยแม่น้ำสองสายนี้ไหลมาบรรจบกันที่เมือง Pasanauri

3.Enguri

ในภาพอาจจะมี ภูเขา, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง, ธรรมชาติ และ น้ำ
Photo credit: Mamuka Kobakhidze

แม่น้ำ Enguri เป็นแม่น้ำทางตะวันตกของจอร์เจีย มีความยาวประมาณ 213 กิโลเมตร มีต้นกำเนิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ Svaneti ใกล้กับเขต Racha และมีบทบาทสำคัญในการจัดหาไฟฟ้าพลังน้ำให้กับชุมชน

4.Mtkvari

ในภาพอาจจะมี ต้นไม้, ท้องฟ้า, ต้นพืช, ภูเขา, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ
Photo credit: Badri Vadachkoria

ต้นแม่น้ำ Mtkvari มาจากทางตะวันออกเฉียงเหนือของตุรกี โดยไหลผ่านตุรกีไปยังจอร์เจีย จากนั้นไปยังอาเซอร์ไบจานลงสู่ทะเลสาบแคสเปียน ความยาวทั้งหมดของแม่น้ำคือ 1,515 กิโลเมตร

5.Rioni

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, ต้นไม้, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ
Photo credit: peter.velthoen

แม่น้ำ Rioni เป็นแม่น้ำสายหลักของจอร์เจียตะวันตก มีต้นกำเนิดในเทือกเขาคอเคซัสในภาคเหนือของ Racha และไหลไปทางตะวันตกสู่ทะเลดำทางเหนือของเมือง Poti รวมถึงผ่าน เมือง Kutaisi มีความยาวทั้งหมด 327 กิโลเมตร

วิถีคนเลี้ยงแกะแห่งคอเคซัส

ขณะที่เรากำลังจะเข้าสู่ยุค 5Gในอีกไม่ช้า อีกมุมหนึ่งของโลกท่ามกลางความสลับซับซ้อนของเทือกเขาคอเคซัส ยังคงมีวิถีชีวิตดั้งเดิมซ่อนอยู่ แอดมินมีเรื่องราวของคนเลี้ยงแกะมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

ช่วงตุลาคมของทุกปี คนเลี้ยงแกะใน Tusheti ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจอร์เจีย จะอพยพฝูงแกะนับพันตัวจากภูเขาสูงชันมายังที่ราบ โดยผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยว อันตราย ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 3 วัน ภาพที่จะนำเสนอต่อไปนี้ ถูกบันทึกไว้เมื่อปี 2017 โดยมีช่างภาพ ชื่อ Amos Chapple จาก Radio Free Europe ถ่ายภาพไว้ตั้งแต่เริ่มออกเดินทางจนกระทั่งสิ้นสุดการเดินทาง ดังต่อไปนี้


ในชุมชน Tusheti ช่วงฤดูร้อนมีหญ้าสีเขียวขจีเหมาะสำหรับฝูงแกะแทะเล็ม แต่เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาเยือนในช่วงต้นเดือนตุลาคมคนเลี้ยงแกะใน Tusheti จะเริ่มอพยพฝูงแกะลงสู่ที่ราบก่อนที่ความหนาวจะเข้ามาปกคลุม

การเดินทางเริ่มต้นจากการมุ่งหน้าสู่ Abano Pass ที่มีความสูงถึง 2,800 เมตร
ซึ่งช่วงเช้าเดินบนถนนที่ใช้คดเคี้ยวผ่านทะเลสาบอัลไพน์ วิวงดงามเช่นนี้ยากที่คนภายนอกจะได้เห็น
ในการอพยพครั้งนี้มีฝูงแกะจำนวน 1,200 ตัว และชายเลี้ยงแกะหลายสิบคน โดยพวกเขาจะใช้เวลาสามวันจากหมู่บ้านไปยังที่ราบ

สมาชิกใหม่และน่าเอ็นดูของทริปนี้ คือ สุนัขพันธุ์จอร์เจียวัยสามเดือนที่ถูกแม่ทิ้งไว้ ชื่อ “Georgik” 
Georgik วิ่งไปพร้อมกับฝูงแกะ ข้ามทางลำธารเล็กๆ ที่ไหลมาจากภูเขา
ผู้นำคนเลี้ยงแกะในทริปนี้ คือ Sulkhan Gigoidze เมื่อเขาอายุ 29 ปี ได้ลาออกจากสถาบันเทคนิคมาเป็นคนเลี้ยงแกะ ด้วยเหตุผลว่า ไม่ต้องการอยู่ท่ามกลางผู้คน
สุนัขจอร์เจียสายพันธุ์โบราณ ทำหน้าที่ต้อนฝูงแกะให้เดินเป็นระเบียบและปกป้องฝูงแกะจากหมาป่า
พวกเขากำลังปีนขึ้นสู่ Abano Pass ซึ่งเป็นถนนสายหนึ่งที่ในอันตรายที่สุดในโลก ซึ่งอุปกรณ์ในการต้อนฝูงแกะมีเพียงไม้และสุนัขเท่านั้น
กลุ่มคนเลี้ยงแกะได้หยุดพักรับประทานอาหารกลางวัน ประกอบด้วย Khingali ไส้ชีสแกะ (คล้ายเสี่ยวหลงเปา) ขนมปัง และปลากระป๋อง
ชายเลี้ยงแกะแบ่ง “ chacha” เหล้ารสเข้มข้นที่ทำจากวัตถุดิบที่เหลือจากการผลิตไวน์ ในการดื่มแต่ละครั้งพวกเขาจะชนแก้ว โดยครั้งแรกดื่มให้ภูเขาลูกนี้ สองดื่มให้แขกผู้มาเยือน และสามดื่มให้เพื่อนผู้เสียชีวิตเมื่อไม่นานมานี้บนถนนที่พวกเขากำลังจะเดินทางไป
สมาชิกบางตัวอายุน้อยเกินกว่าที่จะเดินทางด้วยตัวเอง แต่ก็ต้องเดินทางหนีความหนาวไปที่ราบพร้อมกับฝูงแกะ
กอดกันไว้ ให้ร่างกายอบอุ่น
ชายเลี้ยงแกะและม้าคู่ใจ
ฝูงแกะเดินเบียดเสียดไปตามถนนแคบ ๆ โดยมีสุนัขคอยต้อนและป้องกันภัยจากหมาป่า
ระหว่างทางได้พบรถกวาดถนน นั่นเป็นนิมิตหมายว่าหนทางข้างหน้ากำลังมีหิมะตกหนัก
ประมาณร้อยละ 85 ของแกะฝูงนี้เป็นเพศเมีย แกะ Tusheti มีชื่อเสียงเรื่องเนื้อแน่นและนุ่ม ส่วนขนแกะนั้นมีลักษณะหยาบเกินกว่าที่จะนำไปขาย มักจะถูกเผาทิ้งหลังจากตัดเสร็จ แกะสายพันธุ์นี้มีชั้นไขมันอยู่เหนือขาหลังซึ่งทำหน้าที่เป็นพลังงานสำรองชนิดหนึ่ง แกะแต่ละตัวมีราคาประมาณ 2,000 บาท
เมื่อพวกเขาเดินทางต่อไปก็มีฝนตกปรอย และหิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ
ลมหนาวโหมกระหน่ำมายังฝูงแกะ เมื่อไม่มีที่พักพิง พวกเขาทำได้เพียงต้อนฝูงแกะไปข้างหน้าเพื่อที่จะได้รับความอบอุ่นจากที่ราบโดยเร็วที่สุด
เมื่อเดินถึงจุดที่ปิดถนน พวกเขาต้องเดินเลี่ยงมาทางลาดชันที่มีหิมะ ค่อนข้างลื่น จึงต้องใช้ไม้ช่วยค้ำขณะเดิน
ฝูงแกะกลับมาที่ถนนอีกครั้ง แต่เป็นช่วงสั้น ๆ ซึ่งการแข่งกับเวลาก่อนที่ความมืดจะมาเยือนในไม่ช้า
Georgik เหนื่อยล้า ง่วงนอน และหวาดกลัวที่จะเดินบริเวณลาดชันของภูเขา ชายเลี้ยงแกะจึงช่วยพาข้ามเส้นทางที่คดเคี้ยวนั้น
ฝูงแกะเดินตามแนวต้นไม้ แล้วกระโดดลงมาทางลาดจากที่สูงชันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ยามตะวันรอนอ่อนแสง เด็กเลี้ยงแกะมือใหม่ก็เริ่มอ่อนล้า
12 ชั่วโมง ผ่านไป พบว่าแกะหายไป 8 ตัว
ชายเลี้ยงแกะคาดว่าแกะที่บาดเจ็บ หรืออ่อนล้าอาจจะถูกหมาป่าคาบไป
ตอนกลางคืนกลุ่มคนเลี้ยงแกะ สร้างแคมป์ที่พัก และดื่ม chacha ก่อนจะไปขดตัวในถุงนอน
ส่วน Georgik ตัวน้อย ได้แอบเข้าไปซุกตัวอยู่ในถุงนอนของชายเลี้ยงแกะคนหนึ่ง
สีสันของฤดูใบไม้ร่วงบนทางลาดชันของภูเขาในภูมิภาค Tusheti
วันต่อมาฝูงแกะย้ายเข้าสู่งที่ราบ สิ่งที่สำคัญอันดับแรกสำหรับคนเลี้ยงแกะ
คือ การดื่มเบียร์เย็น ๆ จากร้านค้าในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
ฝูงแกะจะใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ในทุ่งหญ้าแห่งนี้เพื่อทำความคุ้นเคยกับสภาพอากาศ จากนั้นจะเดินทางต่อไปอีกประมาณ 200 กม. ไปยังทุ่งหญ้าบริเวณชายแดนประเทศอาเซอร์ไบจาน
การเดินทางที่ยากลำบากที่สุดของ Georgik ผ่านพ้นไปแล้ว และในฤดูใบไม้ผลิพวกเขา
จะการเดินทางกลับสู่ภูเขาบนเส้นทางเดิม ในเวลานั้นเขาจะเป็นสุนัขที่โตเต็มที่
ซึ่งจะตัวใหญ่เกินกว่าจะแอบเข้าไปในถุงนอนของคนเลี้ยงแกะอีกต่อไป

Photo credit: Amos Chapple / Radio Free Europe / Radio Liberty