ตม.จอร์เจียใจดีแจกไวน์

สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติจอร์เจียได้จัดแคมเปญ แจกไวน์แก่นักท่องเที่ยว ครั้งที่ 6

🍷 นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศทางสนามบินนานาชาติทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ Tbilisi , Kutaisi และ Batumi จะได้รับการต้อนรับด้วยไวน์ Saperavi บนฉลากเขียนว่า จอร์เจียเป็นแหล่งผลิตไวน์และทำอาหารที่มีเอกลักษณ์แบบดั้งเดิม
ในแคมเปญครั้งที่ผ่านมา ทางสำนักงานฯได้ใช้งบประมาณเกือบ 350,000 เหรียญสหรัฐ

🍷 จากข่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าจอร์เจียค่อนข้างให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว เพราะเป็นรายได้หลักของประเทศ หากตั้งใจมาเที่ยวแล้ว ไม่ต้องกังกลว่า ตม. จะเข้มงวดเลยค่ะ สำหรับนักท่องเที่ยวหลายคนที่เดินทางมาเยือนจอร์เจียแล้วจะสัมผัสได้ว่า Tbilisi – the city that loves you นั้นเป็นความจริง

แปลข้อมูลจาก https://www.apsny.ge/2019/eco/1574830039.php

ด่านตรวจคนเข้าเมืองจอร์เจีย

  • หลายปีก่อนแทบจะไม่ค่อยมีคนไทยมาเที่ยว ตม.จอร์เจีย แทบจะไม่คุ้นชื่อประเทศไทย บางครั้งต้องขอตรวจสอบก่อนว่า ฟรีวีซ่าหรือไม่ สมัยนั้นแอดมินมาจอร์เจียครั้งแรกคนเดียวด้วยพาสปอร์ตว่างเปล่า (ไม่มีตราประทับของประเทศอื่นๆ) เจ้าหน้าที่ถามเพียงว่า มาเที่ยวกี่วัน แอดมินตอบไปว่า 2 สัปดาห์ เค้าก็ประทับตราให้ทันที
  •  ในการเดินทางมาจอร์เจียครั้งนั้นตอนต่อเครื่องที่ดูไบ มีผู้หญิงไทยคนหนึ่งกำลังเดิินทางมาทำงานนวดที่จอร์เจีย แต่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย พอเค้าเห็นแอดมินถือพาสปอร์ตไทย แล้วทราบว่าไปจอร์เจียเหมือนกัน เค้าก็เดินตามแอดมินทุกย่างก้าว พอเครื่องลงที่จอร์เจีย แอดมินก็รีบไปตม.ก่อนเพราะกลัวเค้าคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน แต่ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่จะดูออกว่าใครมาเที่ยว หรือมาทำงาน เพราะแอดมินเจอแค่คำถามเดียวว่ามาเที่ยวกี่วัน (หลังจากนั้นพอมาจอร์เจียอีกหลายครั้งก็ไม่เคยเจอคำถามอีกเลย) แต่กับผู้หญิงคนนั้น ตม.ขอดูตั๋วกลับ ซึ่งเพื่อนของเธอที่เปิดร้านนวดได้วางแผนจัดการจองตั๋วกลับเรียบร้อยแล้ว เธอจึงผ่านด่านตม.มาได้ทั้งๆที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย
  • ชาวจอร์เจียเชื่อว่า แขกเป็นของขวัญจากพระเจ้า ปัจจุบันมีคนไทยมาเที่ยวจอร์เจียเป็นจำนวนมาก จึงไม่ได้ถามคำถามมากเหมือนกับนักท่องท่องเที่ยวบางประเทศ ซึ่งหากมาเป็นแขกบ้านแขกเมืองแล้ว แอดมินเชื่อว่าเค้าก็พร้อมที่จะยินดีต้อนรับค่ะ
  • สำหรับผู้หญิงคนไหนที่เดินทางคนเดียว แม้มีพาสปอร์ตจะว่าง ถ้าคุณมีวัตถุประสงค์ในการมาท่องเที่ยวไม่ต้องกังวลไปนะคะ สิ่งสำคัญที่ตม.อาจจะขอดู คือตั๋วเครื่องบินขากลับ ตม.ผู้ชายที่สนามบิน Tbilisi ค่อนข้างใจดี แทบจะไม่มีคำถามใดๆ หรือถ้าถาม อาจจะถามประมาณว่า เที่ยวกี่วัน พักที่ไหน ใครเจอคำถามอื่นๆ มาแชร์กันใน Comment ได้เลยนะคะ

📍 ปล.แอดมินเล่าประสบการณ์ในฐานะผู้ถือพาสปอร์ตไทย ลงเครื่องที่สนามบิน Tbilisi ซึ่งปัจจุบัน ตม.ที่นี่ค่อนข้างคุ้นเคยกับคนไทยแล้ว แต่ถ้าท่านใดไปลงสนามบิน หรือเข้าด่านอื่น เจ้าหน้าที่บางท่านอาจจะไม่แน่ใจว่าฟรีวีซ่าหรือไม่ อาจจะใช้เวลาตรวจสอบสักครู่ค่ะ

เดินทางจากสนามบินเข้าตัวเมือง Tbilisi

สามารถเดินทางจากสนามบินไปตัวเมือง Tbilisi ได้หลายวิธี ดังนี้
1) รถไฟ ราคา 0.5 GEL (ไม่แนะนำเพราะมีวันละสองรอบเท่านั้น)
Airport-Tbilisi 8:45 AM และ 6:05 PM
Tbilisi-Airport 7:55 AM และ 5:20 PM
2) Taxi รถคันเล็กช่วงเวลากลางวันราคาประมาณ 25- 30 GEL กลางคืน 30 – 40 GEL (ถ้าเกิน 50 GEL ให้หาคันใหม่) ถ้าเป็นแท็กซี่ขนาดใหญ่ราคาจะเพิ่มขึ้นอีก


3) รถเมล์สาย 37 ให้บริการ 24 ชั่วโมง 0.5 GEL


รถออกทุก 15-20 นาที เมื่อเดินออกจากอาคารผู้โดยสารขาเข้าจะมองเห็นแท็กซี่จอดเรียงรายอยู่ ให้เลี้ยวขวาเดินมายังอาคารผู้โดยสารขาออกจะเห็นป้ายรถเมล์ดังรูป

เมื่อขึ้นรถไปแล้วให้หยอดเหรียญพอดีตามราคา (เครื่องไม่ทอนเงิน)

หรือใช้บัตรรถไฟใต้ดินสแกนจ่าย

โปรดเก็บบิลไว้ บางครั้งมีพนักงานขึ้นมาตรวจ

บนรถเมล์ รถไฟใต้ดิน มีช่อง USBให้บริการชาร์จแบตด้วย

รถจอดตามป้ายหยุดรถประจำทางต่างๆ ระหว่างทาง (รถไม่จอดนอกป้าย) และจุดจอดสำคัญใกล้สถานีรถไฟใต้ดินในย่านตัวเมือง เช่น Liberty square , Avlabari , Rustaveli, Station Sq.

หมายเหตุ: ถ้ามีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ และเดินทางหลายท่าน ไม่แนะนำให้ใช้รถเมล์เพราะรถเมล์ถูกออกแบบมาสำหรับคนท้องถิ่นใช้โดยสารทั่วไปในเมืองเหมือนรถเมล์บ้านเรา ไม่มีพื้นที่สำหรับวางกระเป๋าเดินทาง ถ้าเดินทางคนเดียวใบเดียวอาจจะวางตรงกลางตำแหน่งที่คนยืน แต่ถ้ามาหลายคนหลายใบต้องใช้พื้นที่เยอะพอสมควร ไปแท็กซี่จะสะดวกกว่า และไม่ต้องลากกระเป๋าจากป้ายรถเมล์ไปที่โรงแรมด้วยค่ะ