Abudelauri Lake ทะเลสาบสีฟ้าในภูมิภาค Khevsureti

ที่ต้องไปชมด้วยสายตาจึงจะรู้ว่าสวยใสยิ่งใหญ่อลังการกว่าภาพถ่ายมาก แต่ช้าก่อน !!! สถานที่แห่งนี้ไม่มีรถเข้าถึงค่ะ หากใครต้องการไปต้องมีกำลังขาที่แข็งแรงพอสมควร มีสอง 2 เส้นทางให้เลือกเดิน ได้แก่

1. Juta – Chaukhi pass – Abudelauri Lake ระยะทาง 13 กม.

นอนแถวทะเลสาบ หรือเดินต่ออีก 6-7 กม.ไปค้างคืนที่ Roshka (ไม่แนะนำเส้นทางนี้สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์เดินป่า เพราะทางชันและอันตรายมาก) นักเดินป่ามืออาชีพเดินเส้นนี้ประมาณ 9-10 ชม. ส่วนมือสมัครเล่นใช้เวลาเดิน 14 ชม. แอดมินถ่ายภาพทะเลสาบได้ไม่กี่ภาพเนื่องจากเลือกเดินเส้นทางนี้ ต้องรีบทำเวลาไปให้ถึง Roshka ก่อนฟ้าจะมืด

2. Roshka – Abudelauri Lake เดินไปกลับประมาณ 12 กม.

ทั้งสองเส้นทางนี้ไม่มีร้านค้าใดๆ เราต้องเตรียมอาหารและน้ำไว้ให้เพียงพอ ส่วนห้องน้ำนั้นก็เข้าตามโขดหินหรือทุ่งหญ้าได้เลยค่ะ 

ช่วงเวลาที่เหมาะการแก่การท่องเที่ยว: มิถุนายน – กันยายน

Truso valley

เส้นทางนี้เดินค่อนข้างง่าย ไม่มีความชัน ระยะทางไปกลับ ประมาณ 22 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ระหว่างทางได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติทั้งหุบเขา แม่น้ำ ทะเลสาบ น้ำแร่ ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ถือว่าเป็นหุบเขาหนึ่งที่สวยงามที่สุดในจอร์เจีย

เดือนที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว: มิถุนายน – สิงหาคม

Tbilisi’s Stonehenge

Chronicle of Georgia อนุสรณ์ประวัติศาสตร์จอร์เจีย หรือมีอีกชื่อว่า Tbilisi’s Stonehenge ตั้งอยู่บนภูเขาชานเมืองทบิลิซิ บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศจอร์เจีย กษัตริย์ที่มีชื่อเสียง และเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิ้ล 

ถ้าอยากไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่นี่ ฤดูร้อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าประมาณ 2-3 ทุ่ม ส่วนฤดูอื่นๆ จะมืดประมาณ 6 โมงเย็น ข้างบนมีลมแรงพอสมควร ใครมาเที่ยวช่วงฤดูหนาว ขอให้แนะนำให้เตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อมนะคะ 

อาหารจอร์เจียในแต่ละภูมิภาค

ในแต่ละภูมิภาคของประเทศจอร์เจียมีอาหารยอดนิยมที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะชีส ซึ่งชีสแต่ละท้องถิ่นก็จะมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ อาหารไม่ได้แค่บ่งบอกวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังบ่งบอกถึงนิสัยใจคอของผู้คนอีกด้วย ถ้าใครมีโอกาสไปเที่ยวจอร์เจียอย่าลืมตามไปชิมอาหารท้องถิ่นตามภาคต่างๆนะคะ

ภูมิภาค Adjara

Adjaruli Khachapuri เป็น Khachapuri (พิซซ่าชีสจอร์เจีย) ที่มีชื่อเสียงที่สุด เมนูนี้มาจากภูมิภาค Adjara ที่ตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ Khachapuri ชนิดนี้ถือได้ว่าเป็นราชาแห่งอาหารของชาว Adjarian
Achma เป็น Khachapuri ชนิดหนึ่ง มีรูปลักษณ์คล้ายลาซานญ่า
มีชีสเป็นชั้นๆ นุ่มละมุนภายนอก กรุบกรอบภายใน
Borano เป็นอาหารดั้งเดิมของภูมิภาค Adjara ทำด้วยชีส Adjarian คล้ายกับ sulguni และเนยเค็ม (iaghi) โดยปกติจะละลายเนย แล้วเทลงบนชีสนุ่ม ๆ ทำให้ละลายและยืดได้ ผู้คนมักเรียกเมนูนี้ว่า ฟองดูจอร์เจีย 

ภูมิภาค Kakheti

Mtsvadi เป็นบาร์บีคิวสไตล์จอร์เจียนพิเศษเป็นอาหารจานโปรดใน Kakheti ทำจากเนื้อหมูเนื้อแกะ
หรือเนื้อลูกวัว โดยหมักเนื้อในน้ำทับทิมก่อนจะนำไปย่าง
Churchkhela หน้าตาคล้ายไส้กรอก กุนเชียง แต่แท้จริงแล้วเป็นขนมนะคะ ถ้าอยากทานแบบสดใหม่ แอดมินขอแนะนำให้ซื้อในภูมิภาค Kakheti ส่วนผสมหลักของขนมนี้คือองุ่น วอลนัท และแป้ง โดยวอลนัทร้อยใส่ด้าย
แล้วจุ่มในน้ำองุ่นที่เคี่ยวกับแป้ง จากนั้นตากไว้ให้แห้ง สามารถเก็บไว้ทานได้หลายเดือน

ภูมิภาค Imereti

Imeruli (Imeretian) Khachapuri เป็นพิซซ่าชีสแบบคลาสสิก จากฝั่งตะวันตกของประเทศจอร์เจีย
เป็นอาหารยอดนิยมของคนจอร์เจียและชาวต่างชาติ เชื่อไหมคะว่านักท่องเที่ยวรัสเซียเข้ามาเที่ยวที่นี่เพื่อทานอาหารจอร์เจียโดยเฉพาะเลยค่ะ
คนในท้องถิ่นนี้มีอาหารเรียกน้ำย่อยที่ทำจากผักสมุนไพรและวอลนัท เรียก pkhali 
ซึ่งมีหลากหลายชนิด เช่น ผักโขม ใบบีทรูท กะหล่ำปลี เป็นต้น
ส่วน Nigvziani badrijani เป็นมะเขือยาวพันมีไส้วอลนัท ใครชอบท่านผักห้ามพลาดภูมิภาคนี้นะคะ

ภูมิภาค Kartli 

Jonjoli เป็นหนึ่งในอาหารเรียกน้ำย่อยที่มีชื่อเสียงของจอร์เจีย ทำจากยอดอ่อนจากพืชผักที่เติบโตในพื้นที่ Jonjoli มาดอง บางครั้งอาจจะผสมกับน้ำมันมะกอกหรือผักดองอื่นๆ ด้วย เช่น แตงกวา พริก หรือมะเขือเทศ

ภูมิภาค Samtskhe-Javakheti

ภูมิภาคนี้อยู่ทางทิศใต้ของจอร์เจีย มีอาหารเรียบง่าย แต่อร่อย ทำจากแป้งชิ้นเล็กๆนำไปต้ม แล้วมาคลุกเคล้ากับเนยและหอมทอด ทานคู่ matsoni (โยเกิร์ตรสจืดของจอร์เจีย)

ภูมิภาค Samegrelo

Gebzhalia เป็นชีสแบบนุ่มม้วน ผสมชีสนมเปรี้ยว และใบมิ้นต์
เมนูนี้รสอาจจะแปลกๆสำหรับคนเอเชีย ถ้ามาหลายท่านแนะนำให้สั่งมาจานเดียวแล้วลองชิมด้วยกันก่อนค่ะ
ภาคนี้อยู่ทางทิศตะวันตกของจอร์เจีย คนแถบนี้ชอบทานรสเผ็ด Ajika ทำจากจากพริกแดง กระเทียม และเครื่องเทศแห้ง หน้าตาเหมือนน้ำพริกบ้านเรา แต่ถ้าเทียบระดับความเผ็ดแล้ว อาหารบ้านเรายังถือว่าเผ็ดกว่าค่ะ 
Elarji คล้ายๆ โจ๊ก โดยนำแป้งข้าวโพดแบบหยาบนำมาต้ม เสิร์ฟพร้อมชีส sulguni ชีสก็ละลายเข้ากันพอดี

ภูมิภาค Svaneti

ดินแดนนี้อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจอร์เจียและเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านที่สูงที่สุดในยุโรป
มีอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น Kubdari เป็นพิซซ่าที่มีไส้ทำจากเนื้อวัวหรือเนื้อหมู ที่ชาวบ้านเลี้ยงเอง
ปัจจุบันมีการปรับประยุกต์ใส่ไส้ได้หลากหลายมากขึ้น
เกลือ Svanuri เป็นเกลือรสต้นตำรับ และเป็นสินค้าท้องถิ่นที่สำคัญ มีส่วนผสมของเกลือ พริกไทย กระเทียม และเครื่องเทศต่าง ๆ มีกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ นำมาใช้สำหรับปรุงรสเนื้อปลา มันฝรั่ง และซุป รวมถึงใช้ปรุงอาหารแทนเกลือแกงได้อีกด้วย คนจอร์เจียชอบทานเค็ม ดังนั้นก่อนจะเติมเกลือในอาหารอย่าลืมชิมนะคะ

ภูมิภาค Abkhazia

ไก่ย่างสไตล์ Abkhazian กรอบนอกนุ่มใน ทานคู่กับกับซอส ajika รสเผ็ด เป็นอาหารจานเด็ดของภูมิภาคนี้ แต่ถ้าใครจะไปเที่ยวแนะนำให้เข้าจากฝั่งรัสเซียจะดีกว่า เพราะดินแดนนี้มีกรณีพิพาทอยู่ค่ะ
Abkhazura เป็นลูกชิ้นรสจัดจ้าน ทำจากเนื้อบดหมักด้วยเครื่องเทศนานาชนิดแล้วนำไปทอด
เป็นเมนูยอดนิยมของผู้คนริมฝั่งทะเลดำ

ภูมิภาค Racha

Lobiani เป็นหนึ่งในพิซซ่าจอร์เจียที่มีส่วนผสมหลักคือถั่ว Lobio
(บางที่ใส่แฮมชิ้นเล็กๆด้วย) จึงเป็นที่มาของชื่อพิซซ่าว่า Lobiani 
Shkmeruli ไก่ทอดกระเทียมใส่ซอสครีม ว่ากันว่า
ถ้าประกอบอาหารจานนี้ในหม้อดิน “ Ketsi” จะทำให้เมนูนี้อร่อยยิ่งขึ้น

ภูมิภาค Pshavi , Tusheti และ Khevsureti

Dambalkhacho เป็นอาหารโบราณของผู้ที่อาศัยบนภูเขาตอนเหนือของจอร์เจีย ทำจาก buttermilk cottage cheese เมนูนี้ไม่ค่อยมีขายเพราะใช้เวลาในการทำประมาณ 1-2 เดือน
ส่วนใหญ่ผู้คนที่นี่นิยมทำเพื่อบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น
Tushetian guda cheese เป็นชีสที่ทำจากนมแกะที่เลี้ยงในภูมิภาค Tusheti 
Khinkali เกี๊ยวสไตล์จอร์เจียน หน้าตาคล้ายเสี่ยวหลงเปา ผู้คนที่นี่นิยมทำไส้จากเนื้อหมู เนื้อวัว หรือเนื้อแกะ 

ภูมิภาค Guria

พาย Gurian ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในอาหารที่อร่อยที่สุดในภูมิภาคนี้
มีลักษณะเป็น Khachapuri (พิซซ่าชีส) ชนิดหนึ่ง ที่มีไส้ชีสและไข่ต้ม
ชาว Gurian จะอบพายนี้ในวันคริสต์มาสออร์โธดอกซ์ (วันที่ 7 มกราคม) จึงมีอีกชื่อว่า “พายคริสต์มาส”
Mchadi เป็นอาหารที่นิยมมากใน Guria ทำจากแป้งข้าวโพด นำไปทอด ทานคู่กับถั่ว Lobio และชีส Mchadi 

ภูมิภาค Tskhinvali 

Khabizgina เป็น Khachapuri ชนิดหนึ่ง ที่มีต้นกำเนิดมาจากภูมิภาค Tskhinvali
หรือที่เรียกว่า South Ossetia มีส่วนผสมหลักคือชีสและมันฝรั่ง

การไปชิมอาหารจอร์เจีย ขอแนะนำว่าให้ไปซื้ออาหารแต่ละชนิดจากภูมิภาคนั้นๆ  และซื้อในย่านที่ผู้คนท้องถิ่นรับประทาน ไม่ใช่ย่านท่องเที่ยว แล้วคุณได้สัมผัสรสชาติอาหารแบบดั้งเดิมในราคาที่ไม่แพงเลยค่ะ

Photo credit: georgianjournal

แม่น้ำ 5 สายที่สวยงามที่สุด ในประเทศจอร์เจีย

1. Alazani

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
Photo credit: Elena Odareeva

แม่น้ำ Alazani เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านเทือกเขาคอเคซัส เป็นแม่น้ำสายหลักของแม่น้ำ Mtkvari ในรัฐตะวันออกและไหลผ่าน 351 กิโลเมตร ส่วนหนึ่งของเส้นทางนี้เป็นพรมแดนระหว่างจอร์เจียและอาเซอร์ไบจาน และเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในจอร์เจีย

2.Aragvi

ในภาพอาจจะมี ภูเขา, สถานที่กลางแจ้ง, ธรรมชาติ และ น้ำ
Photo credit: digitalmuseum

แม่น้ำสองสีในประเทศจอร์เจีย มีความยาว 112 กิโลเมตร เกิดจาก แม่น้ำ White Aragvi ไหลมาจากเมือง Gudauri กับแม่น้ำ Black Aragvi ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของเมือง Gudamakari โดยแม่น้ำสองสายนี้ไหลมาบรรจบกันที่เมือง Pasanauri

3.Enguri

ในภาพอาจจะมี ภูเขา, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง, ธรรมชาติ และ น้ำ
Photo credit: Mamuka Kobakhidze

แม่น้ำ Enguri เป็นแม่น้ำทางตะวันตกของจอร์เจีย มีความยาวประมาณ 213 กิโลเมตร มีต้นกำเนิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ Svaneti ใกล้กับเขต Racha และมีบทบาทสำคัญในการจัดหาไฟฟ้าพลังน้ำให้กับชุมชน

4.Mtkvari

ในภาพอาจจะมี ต้นไม้, ท้องฟ้า, ต้นพืช, ภูเขา, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ
Photo credit: Badri Vadachkoria

ต้นแม่น้ำ Mtkvari มาจากทางตะวันออกเฉียงเหนือของตุรกี โดยไหลผ่านตุรกีไปยังจอร์เจีย จากนั้นไปยังอาเซอร์ไบจานลงสู่ทะเลสาบแคสเปียน ความยาวทั้งหมดของแม่น้ำคือ 1,515 กิโลเมตร

5.Rioni

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, ต้นไม้, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ
Photo credit: peter.velthoen

แม่น้ำ Rioni เป็นแม่น้ำสายหลักของจอร์เจียตะวันตก มีต้นกำเนิดในเทือกเขาคอเคซัสในภาคเหนือของ Racha และไหลไปทางตะวันตกสู่ทะเลดำทางเหนือของเมือง Poti รวมถึงผ่าน เมือง Kutaisi มีความยาวทั้งหมด 327 กิโลเมตร

เดินทางจาก Tbilisi ไป Mestia

สำหรับท่านที่ต้องการเดินทางไป Mestia จากเมืองหลวงนั้นสามารถเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะมีให้บริการที่ station square 2 ทาง คือ

1.รถตู้ รถออก ประมาณ 16:00-17:00 แนะนำให้ไปจองล่วงหน้าก่อนเดินทางสองสามวันเพราะรถอาจจะเต็ม

2.รถไฟรอบกลางคืน Tbilisi-Zugdidi 21:45 และ 22:15 แล้วต่อรถตู้จาก Zugdidi ไป Mestia แอดมินแนะนำเดินทางด้วยวิธีนี้เพราะจะได้ประหยัดค่าที่พักไปอีกหนึ่งคืนค่ะ โดยจองล่วงหน้าก่อนเดินทางสองสามวัน

ส่วนสายการบินที่บินไป Mestia สามารถเช็คได้จาก https://ticket.vanillasky.ge/

วิถีคนเลี้ยงแกะแห่งคอเคซัส

ขณะที่เรากำลังจะเข้าสู่ยุค 5Gในอีกไม่ช้า อีกมุมหนึ่งของโลกท่ามกลางความสลับซับซ้อนของเทือกเขาคอเคซัส ยังคงมีวิถีชีวิตดั้งเดิมซ่อนอยู่ แอดมินมีเรื่องราวของคนเลี้ยงแกะมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

ช่วงตุลาคมของทุกปี คนเลี้ยงแกะใน Tusheti ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจอร์เจีย จะอพยพฝูงแกะนับพันตัวจากภูเขาสูงชันมายังที่ราบ โดยผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยว อันตราย ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 3 วัน ภาพที่จะนำเสนอต่อไปนี้ ถูกบันทึกไว้เมื่อปี 2017 โดยมีช่างภาพ ชื่อ Amos Chapple จาก Radio Free Europe ถ่ายภาพไว้ตั้งแต่เริ่มออกเดินทางจนกระทั่งสิ้นสุดการเดินทาง ดังต่อไปนี้


ในชุมชน Tusheti ช่วงฤดูร้อนมีหญ้าสีเขียวขจีเหมาะสำหรับฝูงแกะแทะเล็ม แต่เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาเยือนในช่วงต้นเดือนตุลาคมคนเลี้ยงแกะใน Tusheti จะเริ่มอพยพฝูงแกะลงสู่ที่ราบก่อนที่ความหนาวจะเข้ามาปกคลุม

การเดินทางเริ่มต้นจากการมุ่งหน้าสู่ Abano Pass ที่มีความสูงถึง 2,800 เมตร
ซึ่งช่วงเช้าเดินบนถนนที่ใช้คดเคี้ยวผ่านทะเลสาบอัลไพน์ วิวงดงามเช่นนี้ยากที่คนภายนอกจะได้เห็น
ในการอพยพครั้งนี้มีฝูงแกะจำนวน 1,200 ตัว และชายเลี้ยงแกะหลายสิบคน โดยพวกเขาจะใช้เวลาสามวันจากหมู่บ้านไปยังที่ราบ

สมาชิกใหม่และน่าเอ็นดูของทริปนี้ คือ สุนัขพันธุ์จอร์เจียวัยสามเดือนที่ถูกแม่ทิ้งไว้ ชื่อ “Georgik” 
Georgik วิ่งไปพร้อมกับฝูงแกะ ข้ามทางลำธารเล็กๆ ที่ไหลมาจากภูเขา
ผู้นำคนเลี้ยงแกะในทริปนี้ คือ Sulkhan Gigoidze เมื่อเขาอายุ 29 ปี ได้ลาออกจากสถาบันเทคนิคมาเป็นคนเลี้ยงแกะ ด้วยเหตุผลว่า ไม่ต้องการอยู่ท่ามกลางผู้คน
สุนัขจอร์เจียสายพันธุ์โบราณ ทำหน้าที่ต้อนฝูงแกะให้เดินเป็นระเบียบและปกป้องฝูงแกะจากหมาป่า
พวกเขากำลังปีนขึ้นสู่ Abano Pass ซึ่งเป็นถนนสายหนึ่งที่ในอันตรายที่สุดในโลก ซึ่งอุปกรณ์ในการต้อนฝูงแกะมีเพียงไม้และสุนัขเท่านั้น
กลุ่มคนเลี้ยงแกะได้หยุดพักรับประทานอาหารกลางวัน ประกอบด้วย Khingali ไส้ชีสแกะ (คล้ายเสี่ยวหลงเปา) ขนมปัง และปลากระป๋อง
ชายเลี้ยงแกะแบ่ง “ chacha” เหล้ารสเข้มข้นที่ทำจากวัตถุดิบที่เหลือจากการผลิตไวน์ ในการดื่มแต่ละครั้งพวกเขาจะชนแก้ว โดยครั้งแรกดื่มให้ภูเขาลูกนี้ สองดื่มให้แขกผู้มาเยือน และสามดื่มให้เพื่อนผู้เสียชีวิตเมื่อไม่นานมานี้บนถนนที่พวกเขากำลังจะเดินทางไป
สมาชิกบางตัวอายุน้อยเกินกว่าที่จะเดินทางด้วยตัวเอง แต่ก็ต้องเดินทางหนีความหนาวไปที่ราบพร้อมกับฝูงแกะ
กอดกันไว้ ให้ร่างกายอบอุ่น
ชายเลี้ยงแกะและม้าคู่ใจ
ฝูงแกะเดินเบียดเสียดไปตามถนนแคบ ๆ โดยมีสุนัขคอยต้อนและป้องกันภัยจากหมาป่า
ระหว่างทางได้พบรถกวาดถนน นั่นเป็นนิมิตหมายว่าหนทางข้างหน้ากำลังมีหิมะตกหนัก
ประมาณร้อยละ 85 ของแกะฝูงนี้เป็นเพศเมีย แกะ Tusheti มีชื่อเสียงเรื่องเนื้อแน่นและนุ่ม ส่วนขนแกะนั้นมีลักษณะหยาบเกินกว่าที่จะนำไปขาย มักจะถูกเผาทิ้งหลังจากตัดเสร็จ แกะสายพันธุ์นี้มีชั้นไขมันอยู่เหนือขาหลังซึ่งทำหน้าที่เป็นพลังงานสำรองชนิดหนึ่ง แกะแต่ละตัวมีราคาประมาณ 2,000 บาท
เมื่อพวกเขาเดินทางต่อไปก็มีฝนตกปรอย และหิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ
ลมหนาวโหมกระหน่ำมายังฝูงแกะ เมื่อไม่มีที่พักพิง พวกเขาทำได้เพียงต้อนฝูงแกะไปข้างหน้าเพื่อที่จะได้รับความอบอุ่นจากที่ราบโดยเร็วที่สุด
เมื่อเดินถึงจุดที่ปิดถนน พวกเขาต้องเดินเลี่ยงมาทางลาดชันที่มีหิมะ ค่อนข้างลื่น จึงต้องใช้ไม้ช่วยค้ำขณะเดิน
ฝูงแกะกลับมาที่ถนนอีกครั้ง แต่เป็นช่วงสั้น ๆ ซึ่งการแข่งกับเวลาก่อนที่ความมืดจะมาเยือนในไม่ช้า
Georgik เหนื่อยล้า ง่วงนอน และหวาดกลัวที่จะเดินบริเวณลาดชันของภูเขา ชายเลี้ยงแกะจึงช่วยพาข้ามเส้นทางที่คดเคี้ยวนั้น
ฝูงแกะเดินตามแนวต้นไม้ แล้วกระโดดลงมาทางลาดจากที่สูงชันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ยามตะวันรอนอ่อนแสง เด็กเลี้ยงแกะมือใหม่ก็เริ่มอ่อนล้า
12 ชั่วโมง ผ่านไป พบว่าแกะหายไป 8 ตัว
ชายเลี้ยงแกะคาดว่าแกะที่บาดเจ็บ หรืออ่อนล้าอาจจะถูกหมาป่าคาบไป
ตอนกลางคืนกลุ่มคนเลี้ยงแกะ สร้างแคมป์ที่พัก และดื่ม chacha ก่อนจะไปขดตัวในถุงนอน
ส่วน Georgik ตัวน้อย ได้แอบเข้าไปซุกตัวอยู่ในถุงนอนของชายเลี้ยงแกะคนหนึ่ง
สีสันของฤดูใบไม้ร่วงบนทางลาดชันของภูเขาในภูมิภาค Tusheti
วันต่อมาฝูงแกะย้ายเข้าสู่งที่ราบ สิ่งที่สำคัญอันดับแรกสำหรับคนเลี้ยงแกะ
คือ การดื่มเบียร์เย็น ๆ จากร้านค้าในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
ฝูงแกะจะใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ในทุ่งหญ้าแห่งนี้เพื่อทำความคุ้นเคยกับสภาพอากาศ จากนั้นจะเดินทางต่อไปอีกประมาณ 200 กม. ไปยังทุ่งหญ้าบริเวณชายแดนประเทศอาเซอร์ไบจาน
การเดินทางที่ยากลำบากที่สุดของ Georgik ผ่านพ้นไปแล้ว และในฤดูใบไม้ผลิพวกเขา
จะการเดินทางกลับสู่ภูเขาบนเส้นทางเดิม ในเวลานั้นเขาจะเป็นสุนัขที่โตเต็มที่
ซึ่งจะตัวใหญ่เกินกว่าจะแอบเข้าไปในถุงนอนของคนเลี้ยงแกะอีกต่อไป

Photo credit: Amos Chapple / Radio Free Europe / Radio Liberty

ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย – จอร์เจีย

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2561 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งจอร์เจียประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองพระบาท ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง
เนื่องจากประเทศไทยไม่มีสถานทูตจอร์เจีย เอกอัครราชทูตท่านนี้จึงปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ที่กรุงนิวเดลี

ก่อนหน้านี้ถ้าชาวจอร์เจียจะมาเที่ยวประเทศไทยต้องใช้วีซ่า แต่ตอนนี้มีประกาศออกมาแล้วว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2562 เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวจอร์เจียสามารถทำวีซ่า on arrival ได้เป็นเวลา 15 วันค่ะ (แต่คนไทยเรายังคงไปเที่ยวจอร์เจียได้เป็นปีไม่ต้องมีวีซ่านะคะ)

ในภาพอาจจะมี 4 คน, ผู้คนกำลังยืน, ดอกไม้, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ


เมื่อเดือนมีนาคม ในปีเดียวกันนี้ สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรอารามจวารี มหาวิหารสเวทีสโคเวลี สวนพฤกษศาสตร์แห่งชาติจอร์เจีย และเขตเมืองเก่ากรุงทบิลิซิ

Photo credit: Ministry of Foreign Affairs of Georgia, Tazo Darchidze

Katskhi เสาหินปูนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

เสา Katskhi เป็นเสาหินปูนเกิดขึึ้นเองตามธรรมชาติ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Katskhi มีความสูงประมาณ 40 เมตร

บนเสาหินนี้มีซากโบสถ์ คาดว่าสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 6 และ 8 ซึ่งก่อนศาสนาคริสต์จะเข้ามาเผยแผ่นั้น ชาวบ้านต่างเคารพบูชาเสาหินนี้ว่าเป็นเทพพระเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์

ต่อมาแม้ว่าชาวบ้านนับถือคริสต์ศาสนา ก็ยังศรัทธาและเชื่อว่านี่เสาหินนี้เป็นสถานที่ที่ทำให้คนสามารถเข้าถึงพระเจ้าได้ค่ะ ที่เสาหิินปรากฏคำจารึกซึ่งเขียนในคริสต์ศตวรรษที่ 13 กล่าวว่าชาวบ้านต่างเคารพบูชาว่าเป็นเสาแห่งชีวิต และเป็นสัญลักษณ์ของ True cross (ไม้กางเขนที่ใช้ตรึงพระเยซู) ต่อมาเสาหินแห่งนี้ถูกทิ้งร้างหลังจากการบุกรุกของออตโตมัน เหลือเพียงแค่ซากโบสถ์เท่านั้นค่ะ

ในปี 1995 นักบุญ Maxime Qavtaradze ได้เข้าไปหลบภัย และปฏิบัติธรรมอยู่อย่างสันโดษ ต่อมาหลังจากท่านมรณะภาพไปแล้ว (ขอใช้ศัพท์แบบชาวพุทธนะคะ) ได้มีการบูรณะโบสถ์และสร้างโบสถ์ใหม่เพื่ออุทิศให้ท่าน

ปัจจุบันมีนักบวชท่านอื่นอาศัยอยู่ โดยท่านปีนลงบันไดเหล็กมาข้างล่างสัปดาห์ละหนึ่งครึ่ง เพื่อพบปะศาสนิกชน โดยใช้เวลาปีนลงมาประมาณ 20 นาที และมีอาสาสมัครคอยช่วยส่งเสบียงอาหารและเครื่องใช้ผ่านรอกขึ้นไปให้ท่าน

Photo credit: My best place around the world

Mutso หมู่บ้านในตำนาน ปราการบนหินผา

Mutso เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ใน Khevsureti ตั้งอยู่บนหินผาสูง 1880 เมตร ในสมัยยุคกลางมีป้อมปราการประมาณ 30 แห่ง เพื่อป้องกันภัยจากศัตรูผู้รุกราน

ในภาพอาจจะมี ภูเขา, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ
Photo Credit Nika Antidze

มีตำนานเล่าว่า ชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้บูชาเทพ ชื่อ Broliskalo และเชื่อว่าตนเป็นทหารกองทัพศักดิ์สิทธิ์ มีหน้าที่ปกป้องสมบัติล้ำค่าซึ่งมีผู้คนนำมาถวายแด่เทพ Broliskalo มานานนับศตวรรษ ผู้คนยังเชื่อว่า สมบัติดังกล่าวยังถูกเก็บอยู่เพื่อรอคอยการกลับมาของเทพ Broliskalo

ในภาพอาจจะมี ภูเขา, ท้องฟ้า, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ
Photo Credit Nika Antidze

หมู่บ้านนี้ถูกทิ้งร้างหลายร้อยปีเนื่องจากกาฬโรค ตามธรรมเนียมโบราณของชาว Khevsureti หากมีผู้ป่วยจากโรคระบาด ชาวบ้านจะนำร่างไปไว้ในบ้านหินริมเชิงเขา แล้วปล่อยให้เสียชีวิตโดยไม่มีการฝัง เพื่อป้องกันการระบาดของโรค ปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้จัดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสำคัญแห่งหนึ่งในประเทศจอร์เจีย

ในภาพอาจจะมี ภูเขา, สถานที่กลางแจ้ง และ ธรรมชาติ
Photo Credit Nika Antidze