La Maria Church

ภาพนี้แอดมินถ่ายจาก Guest house แห่งหนึ่งที่ไปพักในหมู่บ้าน Ushguli เมื่อปลาย พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งยังเป็นช่วง low season หญ้ายังเขียวไม่หมด ดอกไม้ยังบานไม่มาก ทะเลสาบบางแห่งถูกหิมะปกคลุมอยู่ ใครที่จะมาเที่ยวหรือพักในหมู่บ้านแห่งนี้ แอดมินขอบอกก่อนว่าจะต้องเจออะไรบ้าง อันดับแรกคือถนนขรุขระ อันตราย ฝั่งหนึ่งเป็นภูเขาที่หินพร้อมจะตกลงมาปิดเส้นทางเมื่อไหร่ก็ได้ อีกฝั่งเป็นเหวมีแม่น้ำไหลเชี่ยว เวลาเดินทางจาก Mestia มายังหมู่บ้านนี้จะต้องเช่ารถท้องถิ่นมาเท่านั้น ไม่สามารถขับมาเองได้ เพราะเส้นทางโหดมากค่ะ 46 กม. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง


เมื่อมาถึงแล้วท่านจะได้พบธรรมชาติ และวิถีชีวิตชนบทแบบดิบๆ ไม่ต้องปรุงแต่ง ดิบอย่างไรท่านจะได้กลิ่นเอง ไม่ใช่กลิ่นลาเวนเดอร์แต่เป็นกลิ่นมูลสัตว์ที่ชาวบ้านเลี้ยงค่ะ มีทั้งวัว ม้า หมู และอื่นๆ ถ้าใครเจอฟ้าเปิดก็จะโชคดีมาก ถ้าเจอฝนตกก็จะเดินบนโคลน ฉะนั้นเลือกรองเท้าให้เหมาะกับหมู่บ้านนี้นะคะ ต่อมาเรื่องการค้างคืนที่นี่ Guest house ที่แอดมินพักไม่มี Wifi คืนหนึ่งไฟดับทั้งหมู่บ้าน ก็มืดไปทั้งหุบเขา โชคดีที่ Guest house นี้มีเครื่องปั่นไฟ เลยไม่ต้องถึงกับจุดเทียน ส่วนอาหารเย็นแอดมินใช้บริการของที่พักค่ะ ราคาถูกกว่าร้านอาหาร แถมเจ้าของบ้านทำด้วยความเอาใจใส่ แอดมินบอกเค้าว่าไม่กินเนื้อวัว (อาหารท้องถิ่นแถบนี้ส่วนใหญ่ทำจากเนื้อวัว) เค้าก็เปลี่ยนเป็นใช้หมูแทน จากที่เคยบ่นว่าไม่มีเน็ตกลายเป็นประทับใจที่พักนี้มากค่ะ


เด็กๆที่นี่น่ารัก มีความพยายามจะสื่อสารกับนักท่องเที่ยวเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนสุนัขตัวใหญ่สายพันธ์ุโบราณแลดูน่ากลัว แต่กลับเป็นมิตรสายหางดุ๊กดิ๊กเดินตามนักท่องเที่ยว วิวทิวทัศน์เบื้องหลังหมู่บ้านเป็นธารน้ำแข็ง หากใครได้ค้างคืนที่นี่อาจจะเดินหรือเช่ารถไปชม แต่ถ้าใครไปเช้าเย็นกลับ Mestia ก็สามารถเดินไปถ่ายรูปแถวเนินเขาตรงโบสถ์ Lamaria ส่วนเรื่องความสวยจะงดงามและคุ้มค่ากับการผจญภัยมาหรือไม่นั้น อยู่ที่ท่านเป็นคนตัดสินใจค่ะ อย่าลืมนะคะว่าทิวทัศน์จะแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล เขาว่ากันว่าสวยที่สุดคือซัมเมอร์ 

Shkhara Glacier

Shkhara glacier ยอดเขาสูง 5,201 เมตร จากระดับน้ำทะเล (ภูเขาที่สูงเป็นอันดับที่ 3 ของยุโรป) เป็นทิวทัศน์ธารน้ำแข็งที่อลังการงานสร้างมาก (ในวันฟ้าเปิด) ถ้าใครไปเที่ยว Ushguli หมู่บ้านที่สูงสุดในยุโรปก็จะได้เห็นธารน้ำแข็งนี้เป็นฉากหลัง หากอยากจะไปชมในระยะใกล้ ต้อง Hilking หรือเช่าม้าไป ซึ่งหมายถึงว่าต้องค้างคืนใน Ushguli อย่างน้อยหนึ่งคืน เพราะอาจจะกลับ Mestia ไม่ทันภายในหนึ่งวัน

ฤดูกาลที่เหมาะแก่การเยี่ยมชม สำหรับแอดมินคิดว่า เป็นช่วงปลายพ.ค.ถึง ส.ค. เพราะเป็นช่วงที่สีเขียวขจีของหญ้าตัดกับสีขาวของธารน้ำแข็ง มีดอกไม้สีสันสวยงาม ให้ชมระหว่างทาง การเดินทางสะดวกกว่าฤดูหนาวตรงที่ไม่มีหิมะบนถนน กลางวันยาวนานฟ้ามืดประมาณเกือบสามทุ่ม ทำให้เราเดินทอดน่องถ่ายรูปได้เรื่อยๆ

แต่ข้อเสียของช่วงเวลาดังกล่าว คือ มีปริมาณน้ำฝนมาก ถ้าวันไหนมีฝนตก ก็อาจจะมองเห็นธารน้ำแข็งเพียงบางส่วน หรืออาจจะไม่เห็นเลย ภาพนี้ถ่ายเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แอดมินไปสองวันหนึ่งคืน เจอเมฆกับฝนอย่างละวัน ในภาพจึงเห็นธารน้ำแข็งไม่มาก ส่วนของจริงจะอลังการแค่ไหน ต้องลองมาเยี่ยมชมสักครั้งนะคะ

ปล.หากใครจะไป Hiking ที่ธารน้ำแข็งนี้ต้องมีวันลามาก และกำลังขาในการเดินพอสมควร เนื่องจากอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง ต้องเดินทางหลายต่อ ใช้เวลานาน และสถานที่บางแห่งต้องเดินเท้าเข้าไปเท่านั้นค่ะ